เมืองโตเกียว–(BUSINESS WIRE)–06 กุมภาพันธ์ 2026
การส่งออกสาเกยังคงขยายตัวต่อเนื่องในปี 2025 ทั้งในด้านมูลค่าและปริมาณ โดยจำนวนประเทศและภูมิภาคปลายทางมีการขยายตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 81 แห่ง สูงสุดเป็นประวัติการณ์ มูลค่าการส่งออกมีปริมาณเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คิดเป็น 45.9 พันล้านเยน ขณะที่การส่งออกมีปริมาณเพิ่มขึ้น 8% เป็น 33.55 ล้านลิตร (3.73 ล้านลัง คำนวณตามฐานลังละ 9 ลิตร) ซึ่งเป็นผลงานในการส่งออกสูงสุดเป็นอันดับสองในประวัติการณ์ แต่ราคาหน่วยในการส่งออกเฉลี่ยต่อขวดขนาด 750 มล. มีปริมาณลดลง 2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าจะอยู่ที่ 1,026 เยน
ผลงานในการส่งออกสาเกโดยจำแนกตามประเทศ (10 อันดับแรก ในปี 2025)
มูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นเกือบเป็นสองเท่านับตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา และอัตรา CAGR ในช่วงห้าปีที่ผ่านมาแตะอยู่ที่ 14% ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าสาเกเป็นหมวดสินค้าที่มีอัตราการเติบโตสูงในตลาดโลก
เอเชียก็ยังคงเป็นปลายทางการส่งออกที่ใหญ่ที่สุด โดยมีมูลค่าการส่งออกรวมทั้งหมด 28.8 พันล้านเยน แสดงให้เห็นว่ามีปริมาณเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และคิดเป็น 63% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ในอเมริกาเหนือมีบันทึกการส่งออกอยู่ที่ 12.4 พันล้านเยน มีปริมาณลดลง 1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จึงเป็นเพียงภูมิภาคเดียวที่มูลค่าการส่งออกต่ำกว่าระดับของปีก่อนหน้า ส่วนทางลาตินอเมริกา แม้มูลค่าการส่งออกในปัจจุบันยังอยู่ในระดับไม่สูงมากนัก แต่ก็ยังสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นสี่เท่านับตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา และขยายออกไปยังประเทศปลายทางถึง 10 ประเทศด้วยกัน
จีนก็เป็นประเทศปลายทางที่ใหญ่ที่สุด โดยมีมูลค่าการส่งออกแตะอยู่ที่ 13.3 พันล้านเยน มีปริมาณเพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในทางตรงกันข้าม การส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกามีปริมาณลดลง 3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คิดเป็น 11 พันล้านเยน ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงสภาวะที่ชะลอตัวในช่วงครึ่งปีหลัง ในบรรดาตลาดการส่งออกหลัก เกาหลีใต้มีบันทึกการเติบโตที่โดดเด่นอย่างมาก โดยมูลค่าการส่งออกมีปริมาณเพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คิดเป็น 4.4 พันล้านเยน ซึ่งสูงกว่าในปี 2020 ถึง 4.5 เท่า แม้ว่าราคาหน่วยการส่งออกเฉลี่ยของเกาหลีใต้จะยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยก็ตาม แต่ก็มีแนวโน้มที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในความเห็นต่อการเติบโตดังกล่าว Hitoshi Utsunomiya ผู้อำนวยการสมาคมผู้ผลิตสาเกและโชจูแห่งญี่ปุ่น (Japan Sake and Shochu Makers Association: JSS) ระบุว่า ความสนใจจากนานาชาติที่เพิ่มสูงมากขึ้นภายหลังการขึ้นทะเบียนองค์ความรู้และทักษะแบบดั้งเดิมในการผลิตสาเกด้วยเชื้อราโคจิ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของ UNESCO ในปี 2024 เขายังชี้ให้เห็นถึงความพยายามในการเสริมความแข็งแกร่งทางด้านการส่งเสริมและการให้ความรู้ต่างๆ อย่างเช่น การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานเอ็กซ์โป และโครงการด้านการศึกษาที่ดำเนินการร่วมกับสมาคมซอมเมอลิเยร์นานาชาติ (Association de la Sommellerie Internationale) ด้วย
ในระยะต่อไป JSS จะยังคงดำเนินการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงในตลาดที่มีความมั่นคงอยู่แล้ว แต่ยังรวมถึงภูมิภาคเกิดใหม่ต่างๆ เช่น ยุโรปตอนกลางและยุโรปตะวันออก รวมถึงลาตินอเมริกา ผ่านโครงการที่เน้นในเรื่องของการจับสาเกคู่กับอาหาร คุณค่าเชิงประสบการณ์ และความสำคัญทางวัฒนธรรมของสาเก ทาง JSS มีเป้าหมายที่จะ สื่อสารเสน่ห์ของสาเกให้เข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลกมากยิ่งขึ้น
สามารถรับชมภาพในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20260205671686/en
เนื้อหาใจความในภาษาต้นฉบับของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นฉบับที่เชื่อถือได้และเป็นทางการ การแปลต้นฉบับนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น และควรนำไปเทียบเคียงอ้างอิงกับเนื้อหาในภาษาต้นฉบับ ซึ่งเป็นฉบับเดียวที่มีผลทางกฎหมาย
Contacts
Takeshi Itani
takeshi.itani@sakeexperiencejapan.com
ที่มา: Japan Sake and Shochu Makers Association








