ผู้ลี้ภัย 1.1 ล้านคนได้รับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากมูลนิธิ Big Heart ของเอมิเรตส์ในปี 2018

0
107

Logo

ชาร์จาห์ สหรัฐอาหรับเอมิเรต–(BUSINESS WIRE)–24 มีนาคม 2019

เงินมูลค่า 15.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 58 ล้านดีแรห์มได้ถูกใช้ในการช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ลี้ภัยจำนวน 1,091,000 คนบนพื้นที่ขัดแย้งใน 12 ประเทศทั่วโลก ผู้ลี้ภัยเหล่านี้เป็นผู้พลัดถิ่นและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเงินจำนวนนี้ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิ Big Heart (TBHF) ซึ่งเป็นองค์กรด้านมนุษยธรรมระดับนานาชาติ มีสำนักงานอยู่ที่รัฐชาร์ราห์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ปมีเนื้อหามัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่: https://www.businesswire.com/news/home/20190324005019/en/

(TBHF Graphic)

(TBHF กราฟิก)

ภายใต้การนำของ Her Highness Sheikha Jawaher bint Mohammed Al Qasimi ผู้สนับสนุนทรงเกียรติประเด็นเด็กผู้ลี้ภัยของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR และประธานมูลนิธิ Big Heart องค์กรด้านมนุษยธรรมที่ไม่แสวงหาผลกำไรนอกรัฐชาร์ราห์ ซึ่งเป็นรัฐที่ใหญ่อันดับ 3 ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นมูลนิธิที่ระดมเงินทุนสนับสนุนและริเริ่ม 20 โครงการโดยร่วมมือกับ UNHCR เช่นโครงการ Doctor without Borders หรือ Médecins Sans Frontières ในหน่วยงานต่างๆ ด้านความปลอดภัยของอาหาร สุขภาพ และการศึกษา

ในปี 2018 มูลนิธิได้ให้ความช่วยเหลือครอบคลุม 12 ประเทศได้แก่ บังคลาเทศ อียิปต์ อิรัก จอร์แดน มาเลเซีย ปากีสถาน ปาเลสไตน์ ซีเรีย แทนซาเนีย มอริเตเนีย โซมาเลีย และเซาท์ซูดาน มูลนิธิไม่เพียงให้ความช่วยเหลือในกรณีเร่งด่วนเท่านั้น แต่ยังวางแผนการช่วยเหลือฟื้นฟูและพัฒนาชุมชนในระยะยาวโดยให้ผู้คนเข้าถึงสาธารณสุข การศึกษา และการจ้างงานที่ดีขึ้นด้วย

Mariam Al Hammadi ผู้อำนวยการมูลนิธิ Big Heart ได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมจากการที่มูลนิธิ Big Heart ดำเนินการในปี 2018 และจะคงดำเนินการต่อไปในอนาคตว่า “ความช่วยเหลือของเราเน้นไปที่สองปัจจัยหลัก นั่นคือการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และการฟื้นฟูและสร้างชุมชนผ่านการศึกษา การพัฒนาอาชีพ และการจ้างงาน สิ่งนี้จะช่วยให้ผู้ลี้ภัยเหล่านี้เข้าถึงเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นในอนาคต และจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้ทั่วโลกตระหนักต่อแผนการของเป้าหมายปี ค.ศ. 2030 ของสหประชาชาติ”

มูลนิธิ Big Heart ดำเนินโครงการผ่าน 6 กองทุนภายใต้แหล่งสนับสนุนเดียวกัน ในปี 2018 กองทุน MENA ได้จัดสรรงบประมาณในการพัฒนาอาคารหลักของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ (NCI) ในกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ส่วนกองทุน Refugees and IDP ได้เสริมความแข็งแกร่งการบริการดูแลสุขภาพแก่ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียจำนวน 24,000 ณ Big Heart Clinic ใน Zaatari Camp ประทศจอร์แดน รวมทั้งได้จัดสรรงบประมาณเพื่อการก่อสร้างโรงพยาบาลขนาด 100 เตียงใน Cox’s Bazar แก่ผู้อพยพโรงฮิงญาด้วย

ด้านกองทุน Palestinian Children ช่วยก่อตั้งโรงเรียนมัธยมแก่เด็กนักเรียนหูหนวกจำนวน 45,000 คนในปาเลสไตน์ กองทุนนี้ยังสนับสนุนความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉินแก่เด็กในสำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ หรือ UNRWA อีกด้วย

ส่วนกองทุน Zakat ในมูลนิธิ Big Heart ได้ก่อตั้งศูนย์บริการชุมชนแก่นักเรียนพลัดถิ่นในเมืองอเลปโปเพื่อสนับสนุนความพยายามของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ในการสร้างกิจกรรมคุ้มครองระยะยาว ขณะที่กองทุน Emergency ได้ทำงานร่วมกับโครงการอาหารโลกขององค์การสหประชาชาติ (WFP) เพื่อขยายความช่วยเหลือเร่งด่วนไปยังชุมชนเปราะบางในประเทศเซ้าท์ซูดาน และกองทุน Ameera ได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวน 16% จากเงินช่วยเหลือทั้งหมดของมูลนิธิ Big Heart ในปี 2018 ไปยังโครงการและแคมเปญจำนวนมากเพื่อกระทุ้งและสร้างการรับรู้เกี่ยวกับภัยของโรคมะเร็ง

ดูเนื้อหาต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190324005019/en/

ติดต่อ:

Mousa Nimer
+971 50 222 0561
m.nimer@nncpr.com

NO COMMENTS

LEAVE A REPLY