Mercer เผยเทรนต์ทรัพยากรบุคคลระดับโลกปี 2019

0
126

Logo

การศึกษาของ Mercer หัวข้อเทรนต์ทรัพยากรบุคคลระดับโลกปี 2019 ชี้ให้เห็นถึง Top 4 เทรนด์การทำงานในอนาคต

กรุงเทพฯ–(BUSINESS WIRE)–26 กุมภาพันธ์ 2019

จากการศึกษาของ Mercer ในหัวข้อเทรนต์ทรัพยากรบุคคลระดับโลกปี 2019 (2019 Global Talent Trends) พบว่า 3 ใน 4 หรือ 73% ของผู้บริหารมองเห็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญในสามปีต่อจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับ 26% ในปี 2018 โดยผู้บริหารเล็งเห็นการทำให้องค์กรเหมาะสมและตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงในอนาคต เช่นภัยเสี่ยงด้านทุนมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการปิดช่องโหว่ด้านทักษะและเอาชนะความเหน็ดเหนื่อยจากการเปลี่ยนแปลงของพนักงาน สิ่งเหล่านี้จะขัดขวางความก้าวหน้าของการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ ความกังวลเหล่านี้คือปัญหาหลัก ทำให้ 1 ใน 3 ของผู้บริหารเน้นย้ำประสิทธิภาพของบริษัทในการลดความเสี่ยงด้านทุนมนุษย์

อิลญา โบนิค ประธานฝ่ายธุรกิจแห่ง Mercer’s Career กล่าวว่า “กว่าสองสามปีที่ผ่านมา องค์กรต่าง ๆ ได้เปลี่ยนจากการคาดเดาไปเป็นปฏิบัติการเตรียมความพร้อมต่ออนาคตการทำงาน แต่วิธีนี้จะเสี่ยงในการทำให้ผู้คนสับสนกับการเปลี่ยนแปลงที่มากเกิน เพิกเฉยต่อคุณค่าที่บุคคลชื่นชน และวกวนอยู่กับกระบวนการที่ไม่มีวันจบสิ้น”

ท่ามกลางสภาพอากาศที่ไม่แน่นอนในปัจจุบัน พนักงานต่างมองหาความมั่นคง การศึกษาของ Mercer พบว่าความมั่นคงในหน้าที่การงานเป็นหนึ่งในสามเหตุผลที่พนักงานเลือกทำงานกับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง และเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขายังทำงานอยู่ ไม่เพียงเท่านี้ 1 ใน 3 ของพนักงานมีความกังวัลว่า AI และระบบอัตโนมัติจะเข้ามาทำงานแทนคน สิ่งที่จะทำให้พนักงานเหล่านี้รู้สึกปลอดภัยคือการรักษาเครือข่ายผู้คนรู้จักไว้ พนักงานที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน (คนที่เปี่ยมไปด้วยสุขภาพ ฐานะ และอาชีพที่ดี) จำนวนสองเท่าที่อธิบายบทบาทของตนเองว่าใช้ความสัมพันธ์เป็นหลัก “relationship focused” และสภาพแวดล้อมการทำงานแบบเกื้อกูลกัน “collaborative”

เคต เบรฟเวอร์รี่ หัวหน้าฝ่าย Career Global Solutions แห่ง Mercer กล่าวว่า “อนาคตการทำงานจะเป็นเรื่องของการเชื่อมโยงเครือข่ายบุคคล สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดึงดูดพนักงานจากความใกล้ชนิดสนิทสนม สร้างความสัมพันธ์ และใช้ข้อมูลเพื่อสร้างประสบการณ์แบบที่ต้องการ”

การศึกษาของ Mercer ยังระบุถึงท็อปเทรนต์ 4 ข้อที่บริษัทต่างๆ กำลังพยายามดำเนินการ ซึ่งประกอบไปด้วย การผสานอาชีพกับคุณค่าในอนาคต การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก การบ่มเพาะประสบการณ์การทำงาน และการสร้างความเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรบุคคล

การผสานอาชีพกับคุณค่าในอนาคต AI และระบบอัตโนมัติกำลังเดินหน้าเปลี่ยนรูปแบบสนามแข่งขัน โดย 60% ของบริษัทวางแผนให้การทำงานเป็นแบบอัติโนมัติมากขึ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้า ในขณะเดียวกัน ผู้บริหารระดับสูงกำหนดรูปแบบงานใหม่ให้เป็นการลงทุนด้านทรัพยากรบุคคลที่มีความสามารถสูงสุดเพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน และ 65% ของพนักงานต่างต้องการหน้าที่ความรับผิดชอบที่ระบุชัดเจนกว่านี้ ความท้าทายของแผนกบุคลจึงเป็นการสร้างกลยุทธ์ด้านผู้คนแบบบูรณาการ (แนวทางที่จัดไว้ 4 ครั้งหรือมากกว่าตามบริษัทที่มีอัตราการเติบโตสูง) และยกระดับการวิเคราะห์บุคคลที่ต้องการเพื่อเป็นการตัดสินใจสำหรับอนาคตและรูปแบบองค์กร นอกจากนั้น 1 ใน 3 ของบริษัทมีความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับผลกระทบทางธุรกิจในเรื่องของกลยุทธ์ทั้งการซื้อ การสร้าง การยืม และการทำให้เป็นระบบอัตโนมัติ นางเบรฟเวอร์รี่กล่าวว่า “กุญแจสำคัญคือการผสานงานกับทรัพยากรบุคคลไปยังที่ที่มีคุณค่า และให้กลไกสร้างพฤติกรรมและทักษะที่เหมาะสมและตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงในอนาคต”

การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก สิ่งที่พนักงานและคนหางานคำนึงถึงคือวิธีการดำเนินธุรกิจของบริษัทและการคงไว้ซึ่งคุณค่าของแบรนด์ ในโลกโซเชียลยังมีเส้นบางๆ กั้นอยู่ระหว่างแบรนด์ของบริษัทและการนำเสนอคุณค่าของพนักงาน บริษัทที่ประสบความสำเร็จมั่นใจว่าแบรนด์ของพวกเขามีเชื่อเสียงต่อกลุ่มตลาดแรงงาน โดย 68% ขององค์กรที่มีอัตราการเติบโตสูงจะสร้างความแตกต่างคุณค่าของพนักงานของตนเองกับกลุ่มที่ต่างกัน (เช่นพนักงานชั่วคราว) โดยเปรียบเทียบกับ 47% ของบริษัทที่เติบโตเล็กน้อย ปรัชญาการมอบค่าตอบแทนแก่พนักงานขององค์กรเป็นสิ่งหนึ่งที่มูลค่าของแบรนด์จะปรากฏชัดเจน พนักงานที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานจะอยากทำงานมากขึ้น 4 เท่า ให้กับบริษัทที่มอบความเป็นธรรมด้านการจ่ายเงินและการเลื่อนตำแหน่ง  (78% ต่อ 18%)

การบ่มเพาะประสบการณ์การทำงาน ประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้องและได้ผลในแต่ละวันเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาพนักงานที่มีคุณภาพไว้ จากการศึกษาของ Mercer พนักงานที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานจะอยากทำงานมากขึ้น 3 เท่า ให้กับองค์กรที่สามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว (81% ต่อ 26%) และมอบเครื่องมือและทรัพยากรแก่พนักงานเพื่อทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ (82% ต่อ 30%) แผนการพัฒนาความเป็นมืออาชีพของแต่ละบุคคลคือสิ่งที่พนักงานต้องการรับรู้ โดยมากกว่า 56% ของพนักงานต้องการบ่มเพาะความรู้เพื่อพัฒนาทักษะและเตรียมความพร้อมสำหรับงานในอนาคต เทคโนโลยีก็มีบทบาทสำคัญ ซึ่งบริษัทที่มีอัตราการเติบโตสูงต้องการมอบประสบการณ์ด้านดิจิทัลทั้งหมดแก่พนักงานมากเป็นสองเท่าของบริษัทที่เติบโตปานกลาง

การสร้างความเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรบุคคล เพื่อสร้างความมั่นใจว่าพนักงานคือศูนย์กลางที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แผนกทรัพยากรบุคคลควรมีสิทธิ์มีเสียงต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจ การศึกษาในปีนี้พบว่า 61% ของผู้นำด้านทรัพยากรมนุษย์เกี่ยวข้องกับการวางแผนเสนอโปรเจคต์สำคัญเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง และ 54% เกี่ยวข้องกับการจัดทำแผน แต่มีเพียง 2 ใน 5 ของผู้นำทรัพยากรมนุษย์เข้าร่วมเวทีเสนอความคิดเห็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบองค์กร ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์เห็นว่าขวัญและกำลังใจของพนักงานคืออุปสรรคสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลง โดย “การลดจำนวนพนักงาน” และ “ความเชื่อถือของพนักงานที่ลดลง” คือความท้าทายอันดับต้นๆ ในปีหน้า “การศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงความพยายามในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบโดยมีคนเป็นศูนย์กลางและสร้างพนักงานให้ดีกว่าเดิมเพื่อเข้าใจถึงวิธีการที่ผู้คนประสบและปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง” นายโบนิคกล่าว

การศึกษาเทรนต์ทรัพยากรบุคคลระดับโลกปี 2019 (2019 Global Talent Trends) ของ Mercer นำข้อมูลเชิงลึกมาจากผู้บริหารธุรกิจอาสุโส ผู้นำด้านทรัพยากรมนุษย์ และพนักงานกว่า 7,300 คนจาก 9 อุตสาหกรรมหลักใน 16 ประเทศทั่วโลก ดาวน์โหลดรายงาน คลิก https://www.mercer.com/global-talent-trends

เกี่ยวกับ Mercer

Mercer ให้บริการคำแนะนำและโซลูชั่นส์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้องค์กรจัดสรรสุขภาพ ฐานะ และอาชีพตามความต้องการในตลาดแรงานที่กำลังเปลี่ยนแปลง Mercer มีพนักงานมากกว่า 23,000 คนใน 44 ประเทศ รวมทั้งบริษัทที่เปิดดำเนินการอีกกว่า 130 ประเทศ Mercer เป็นบริษัทที่ลงทุนทั้งหมดโดย Marsh & McLennan Companies ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกในการให้บริการแบบมืออาชีพด้านความเสี่ยง การวางกลยุทธ์ และการจัดการบุคลากร ด้วยจำนวนพนักงานที่มีเกือบ 65,000 คนและรายได้ต่อปีมากกว่า 14,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ผ่านบริษัทการตลาดชั้นนำอย่าง Marsh, Guy Carpenter และ Oliver Wyman นอกจากนี้ Marsh & McLennan ยังช่วยลูกค้าหาตำแหน่งสภาพแวดล้อมที่มีความซับซ้อนและการเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้น ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าเว็บไซต์ www.mercer.com หรือติดตามผ่านทวิตเตอร์ได้ที่ @Mercer

ดูเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20190226005485/en/

ติดต่อ:

Andrew Davy
+65 8163 8511
andrew.davy@mercer.com

NO COMMENTS

LEAVE A REPLY