เทคโนโลยีสะอาดและวิธีการที่ดีในการผลิตจะช่วยรักษายาปฏิชีวนะให้กับเจเนอเรชันแห่งอนาคต

0
43

Logo

DSM Sinochem Pharmaceuticals และ สถาบันเทคโนโลยีแห่งอินเดีย กรุงนิวเดลี จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมในประเทศไทยในหัวข้อการผลิตเภสัชภัณฑ์อย่างยั่งยืน

กรุงเทพมหานคร–(BUSINESS WIRE)–09 พฤษภาคม 2018

DSM Sinochem Pharmaceuticals ผู้นำด้านการผลิตยาปฏิชีวนะอย่างยั่งยืนระดับโลก ร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งอินเดีย กรุงนิวเดลี จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการในวันนี้ หัวข้อ ‘Sustainability through Excellence in Manufacturing (STEM)’ เพื่อเป็นการจัดอบรมและให้ความรู้ขั้นสูงทางด้านการผลิตเภสัชภัณฑ์ด้วยขั้นตอนการผลิตที่มีคุณภาพสูง สะอาดและยั่งยืนให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรม โดยการประชุมเชิงปฏิบัติการดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมราว 60 คน ประกอบด้วยทีมเทคนิคที่เกี่ยวข้องในกระบวนการผลิต การวิจัยและพัฒนา การขึ้นทะเบียน การควบคุม/ประกันคุณภาพ และการจัดซื้อเภสัชภัณฑ์

สถานการณ์ด้านสุขภาพในปัจจุบันจะถูกทำให้ล้าหลังเป็นศตวรรษ และงบประมาณที่รัฐจะต้องจ่ายจะสูงขึ้นอย่างมหาศาลหากขาดการกล่าวถึงการดื้อยาต้านจุลชีพ (AMR) และการร่วมมือกันในระดับโลก เพื่อลดการเกิดการดื้อยาต้านจุลชีพด้วยการกระจายการรับรู้ การแบ่งปันโนว์ฮาวด้านเทคโนโลยีการผลิตที่ปลอดภัยและคุ้มทุน และการลดระดับสิ่งตกค้าจากยาปฏิชีวนะ ขณะที่การประชุมเชิงปฏิบัติการ STEM นี้เป็นอีกขั้นของการก้าวไปสู่ทิศทางดังกล่าว

นาย Tim Rutten ตำแหน่ง Business Director AMEA จาก DSM Sinochem Pharmaceuticals, กล่าวว่า: “ในฐานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีความรับผิดชอบ อุตสาหกรรมเภสัชภัณฑ์จะต้องมีการนำแนวทางปฏิบัติที่มีความเด็ดขาดมาใช้ เพื่อเปลี่ยนแปลงวิธีผลิตเภสัชภัณฑ์สำหรับอนาคตและป้องกันการสูญเสียทรัพยากรด้านการแพทย์ที่มีค่า เราต้องมีความกระตือรือร้นที่จะให้ความรู้และสนับสนุนการผลิตอย่างรับผิดชอบ โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สะอาดที่สุดและแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการจัดการของเสียอย่างรับผิดชอบ รวมถึงการกำหนดมาตรฐานและวัดปริมาณสิ่งตกค้าง เพื่อป้องกันของเสียจากเภสัชภัณฑ์ที่จะทำให้เกิดการเจริญเติบโตของการดื้อยาต้านจุลชีพ DSP ตั้งเป้าขับเคลื่อนและสนับสนุนการจัดตั้งและปฏิบัติตามข้อกำหนดทางด้านคุณภาพและการขึ้นทะเบียนทั้งในระดับชาติและระดับโลก ด้วยการแบ่งปันโนว์ฮาวด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการปฏิบัติเพื่อการผลิตเภสัชภัณฑ์อย่างยั่งยืน”

ประสบการณ์ของประเทศไทยในการพัฒนาแผนเชิงกลยุทธ์ระดับชาติสะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะลดความเจ็บป่วย อัตราการเสียชีวิต และภาระทางเศรษฐกิจและสุขภาพที่เกิดจากการดื้อยาต้านจุลชีพ และได้มีการตั้งศูนย์เฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติขึ้นในปี 2541 รวมถึงมีการริเริ่มโครงการใชยาปฏิชีวนะอยางสมเหตุผล (Antibiotics Smart Use Program) ขึ้นเมื่อปี 2550 กระทรวงสาธารณะสุขได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางความร่วมมือขององค์การอนามัยโลกในการเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นับตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา และตั้งแต่ปี 2556 ได้มีการจัดงานเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับยาปฏิชีวนะขึ้นปีละครั้ง เพื่อให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับการดื้อยาต้านจุลชีพและการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสม

ในปี 2555 มีการก่อตั้งโครงการควบคุมและป้องกันการดื้อยาต้านจุลชีพในประเทศไทย เพื่อทำหน้าที่พัฒนา ประสานงานและปฏิบัติการเกี่ยวกับการจำกัดและป้องกันการดื้อยาต้านจุลชีพภายใต้แนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว หรือ ‘One Health’ มีคณะกรรมการ คณะกรรมการย่อย และคณะทำงานที่เกี่ยวข้องกับการดื้อยาต้านจุลชีพทั้งหมด 24 ชุด ภายใต้การดูแลของกระทรวงสาธารณะสุขและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมไปถึงหน่วยงานของรัฐในภาคส่วนต่างๆ หน่วยงานภาคประชาสังคมและภาควิชาการ มีการทำแผนยุทธศาสตร์การจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพประเทศไทย พ.ศ.2560-2564 ในปี 2559 โดยมีการตั้งเป้าให้การเจ็บป่วยจากเชื้อดื้อยาลดลงร้อยละ 50 ปริมาณการใช้ยาต้านจุลชีพสำหรับมนุษย์และสัตว์ลดลงร้อยละ 20 และร้อยละ 30 ตามลำดับ และประชาชนมีความรู้เรื่องเชื้อดื้อยาและตระหนักในการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสมเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ตลอดระยะเวลาห้าปีของแผนลดการดื้อยาต้านจุลชีพพบว่า ยังคงมีความต้องการการสนับสนุนทางการเมืองและการเงินอย่างที่เพียงพอ รวมถึงการยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในด้านอื่นๆ ได้แก่ การปรับปรุงฐานข้อมูลปัจจุบันสำหรับการติดตามการบริโภคยาต้านจุลชีพ การวัดค่าที่ได้มาตรฐาน และการเสริมความแข็งแรงของสถาบันและการร่วมมือกันระหว่างภาคส่วนต่างๆ

ศาสตราจารย์ Anurag S. Rathore จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งอินเดีย กรุงเดลี กล่าวว่า: “ปัญหาการดื้อยาหลายชนิดเป็นปัญหาที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นไปตามการรักษาประสิทธิภาพของยาปฏิชีวนะที่ถูกนำมาใช้ในการรักษาในปัจจุบัน อุตสาหกรรมเภสัชภัณฑ์และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ จะต้องมีการตื่นตัวเกี่ยวกับความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากสิ่งตกค้างจากยาปฏิชีวนะในของเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิต การลงทุนด้านการวิจัยจะสามารถสร้างแรงจูงใจให้เกิดการพัฒนายาใหม่ๆ และกระบวนการผลิตที่ยั่งยืนได้ และในขณะเดียวกัน เป็นการสร้างความเชื่อมั่นว่าผู้ที่เกี่ยวข้องให้ความสนใจในเรื่องของคุณภาพและการเข้าถึงยาในราคาที่จับต้องได้อย่างจริงจัง”

เกี่ยวกับ DSM Sinochem Pharmaceuticals:

DSM Sinochem Pharmaceuticals (DSP) คือบริษัทชั้นนำของโลกในการผลิตยาปฏิชีวนะ ยากลุ่มสแตติน และยาต้านเชื้อราชั้นด้วยวิธีการที่ยั่งยืนเพื่ออนาคต เป็นผู้พัฒนา ผลิตและจำหน่ายสารตัวกลาง สารออกฤทธิ์และผลิตภัณฑ์ยาต่างๆ พนักงานของเราทั่วโลกร่วมกันทำงานเพื่อส่งมอบโซลูชันยาสามัญที่มีความก้าวหน้าเพื่อช่วยให้ลูกค้าของเราก้าวล้ำคู่แข่งไปอีกขั้น เรามีสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์ และมีฐานการผลิตและสำนักงานขายในจีน อินเดีย อียิปต์ เนเธอร์แลนด์ สเปน สหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก DSP เป็นกิจการร่วมค้าที่มีสัดส่วนแบบ 50/50 ระหว่างบริษัทที่มีชื่อระดับโลกด้านวิทยาศาสตร์ด้านสุขภาพ โภชนาการและวัตถุดิบ Royal DSM กับ Sinochem Group บริษัทที่ได้รับการจัดอันดับใน Fortune 500 Enterprise

ดูเวอร์ชันต้นฉบับที่ businesswire.comhttps://www.businesswire.com/news/home/20180509005490/en/

ติดต่อ:

Avian Media
Chandra
chandra@avian-media.com

NO COMMENTS

LEAVE A REPLY