Milrem: ในอนาคตทหารที่ต้องเผชิญเหตุการณ์ที่เป็นอันตรายจะถูกแทนที่ด้วยระบบหุ่นยนต์อันชาญฉลาด

0
237

Logo

ทาลลินน์, เอสโตเนีย–(บิสิเนส ไวร์)–8 ธันวาคม 2016

ในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า Unmanned Ground Systems (UGS) จะเริ่มมาแทนที่ทหารในสนามรบ ซึ่งเป็นการสรุปการศึกษาที่ตีพิมพ์โดย Milrem ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นส์การป้องกันของเอสโตเนีย ร่วมวิจัยศึกษากับนักวิชาการทรงคุณวุฒิจากหลากหลายประเทศ Milrem โดยความร่วมมือกับอุตสาหกรรมการป้องกันของสิงคโปร์ ST Kinetics เร็วๆ นี้เพิ่งทำการทดลองยิงโดยใช้แพลตฟอร์มติดอาวุธแบบหุ่นยนต์

สามาถรรับชมข่าวในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่: http://www.businesswire.com/news/home/20161208005470/en/logo

Milrem ทำการทดลอง THeMIS สำเร็จแล้วให้เป็นแพลตฟอร์มติดอาวุธไร้คนขับ ร่วมกับ Estonian Defence Forces และ Singapore Technologies Kinetics ซึ่งเป็นบริษัทระบบแลนด์อันดับต้นของเอเชียและผู้ผลิตสถานีอาวุธทางไกล (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์)

“UGSs มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากเพราะมันไม่ต้องการนอนและไม่สามารถมีประสบการความกลัวสงคราม ที่ทำให้เกิดผลกระทบทางความรู้สึกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”​ James Rogers ซึ่งเป็นหนึ่งในนักเขียนหนังสือและเป็นผู้อำนวยการ Department of Political and Strategic Studies ที่ Baltic Defence College

DIBS หรือ Digital Infantry Battlefield Solution วิเคราะห์ว่า UGSs จะมีผลต่อการทำสงครามโดยใช้อาวุธในอนาคต หนังสือที่ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นเล่มแรก โดยเน้นด้านการวิเคราะห์แบ็คกราวด์ ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในสัปดาห์นี้ Milrem ซึ่งเป็นผู้พัฒนา THeMIS ยานพาหนะที่ไร้ผู้ขับแบบไฮบริดเต็มรูปแบบ ได้เป็นผู้ริเริ่มในการศึกษา DIBS ครั้งนี้

Milrem ได้ทำงานเกี่ยวกับแพลตฟอร์มไร้ผู้ขับที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย นับตั้งแต่ทำหน้าที่เป็นยานพาหนะไปจนถึงช่วยในการลาดตระเวนและช่วยยิง

ระบบไร้ผู้ขับ THeMIS ของ Milrem จะสามารถรับน้ำหนักได้ 750 กิโลกรัมและสามารถแต่งเพิ่มด้วยอาวุธเล็กและแบบลำกล้องปืน มีเซ็นเซอร์ที่แตกต่าง อุปกรณ์ EOD และอื่นๆ น้ำหนักบรรทุกมีหลากหลายและปรับเปลี่ยนได้ผ่านการใช้ระบบปลั๊ก แอนด์ เพลย์

“การพัฒนาที่ต่อเนื่องของ UGSs โดยเฉพาะการติดอาวุธและการเชื่อมต่อ UGSs แบบอัตโนมัติทำให้สามารถทำงานแบบพร้อมๆ กันซึ่งจะเปลี่ยนอนาคตของการทำสงครามโดยใช้อาวุธ” Dr. Janis Berzins ผู้อำนวยการของ Centre for Security and Strategic Research ที่ National Defence Academy of Latvia กล่าว

วัตถุประสงค์ของ DIBS คือเพื่อช่วยทำให้เกิดความเข้าใจในความเป็นไปได้ที่ UGSs สามารถใช้ในสนามรบและใช้โซลูชั่นส์ใดในการพัฒนา THeMIS

“ระบบเล็งและจับตรวจ โดยมีการถ่ายโอนข้อมูลอย่างไร้รอยต่อพร้อมกับระบบอาวุธอัตโนมัติจะทำให้เป็นการสร้างประสิทธิภาพได้อย่างมากโดยลดความเสี่ยงต่อชีวิตของทหาร” Kuldar Väärsi, CEO ของ Milrem อธิบาย

Milrem ได้ทำการทดสอบ THeMIS อย่างสมบูรณ์แล้วว่าเป็นแพลตฟอร์มติดอาวุธไร้ผู้ขับ ซึ่งกระทำร่วมกับ Estonian Defence Forces และ ST Kinetics ซึ่งเป็นบริษัทวางระบบแลนด์อันดับต้นของเอเชีย 

การศึกษา DIBS จะยังคงมีต่อในอีกหลายปีข้างหน้า โดยเฟสหน้าจะมีการทดลองในชีวิตจริงเพื่อวิเคราะห์ความเหมาะสมของ UGSs ในซีนที่แตกต่างกัน

หนังสือได้ทำการพิมพ์โดยร่วมมือกับ Estonian National Defence College, Latvian National Defence Academy, Latvian Institute of International Affairs, Riga Technical University และ The University of Tartu

สามารถรับชมวิดีโอ THeMIS ในซีนการต่อสู้ได้ที่ https://youtu.be/nTdRVkJ-YAU และ https://youtu.be/DfqGuFYKSoE

เกี่ยวกับ Milrem

Milrem เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นส์การป้องกันของเอสโตเนีย ไลน์ธุรกิจของบริษัท 2 ไลน์หลักคือการวิจัยและพัฒนายานพาหนะที่ไร้คนขับและการให้บริการด้านวงจรชีวิตของยานพาหนะของทหาร

สามารถรับชมข่าวต้นฉบับได้ที่ businesswire.com: http://www.businesswire.com/news/home/20161208005470/en/

ติดต่อ:

Milrem

Gert D. Hankewitz

Head of Sales and Marketing

gert.hankewitz@milrem.ee

+372 566 44416

NO COMMENTS

LEAVE A REPLY